ทำใบขับขี่รุ่นใหม่จ่ายอย่างต่ำ 5,000 บาท-อบรม 15 ชั่วโมง

15 มีนาคม 2017   admin  

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว. คมนาคมเปิดเผยว่าที่ประชุมคณรัฐมนตรี(ครม.)ได้รับทราบ ร่างกฎกระทรวงคมนาคม จำนวน 2 ฉบับ ของกรมการขนส่งทางบก(ขบ.)คือการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอและการออกใบอนุญาตขับรถ และการขอต่ออายุ และการอนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ พ.ศ… และการกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับการบำรุงรักษาไว้ในใบอนุญาตประกอบการขนส่ง พ.ศ…. ซึ่งเป็นการปรับปรุงกฎหมายเพื่อยกระดับความปลอดภัยทางถนน ต่อไปจะเข้มงวดกำกับดูแลสภาพความพร้อมใช้ของรถและการออกใบขับขี่มากขึ้น โดยเฉพาะชั่วโมงการอบรม การสอบทฤษฏีและภาคปฎิบัติ ทั้งนี้ร่างอยู่ระหว่างการรอนำเสนอต่อคณะกรรมการกฤษฎีกา คาดว่าจะประกาศใช้ได้ในปีนี้

นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดี ขบ. กล่าวว่าสำหรับหลักเกณฑ์การออกใบขับขี่ กำหนดให้ผู้ขอต้องผ่านการอบรมและทดสอบจากโรงเรียนการขนส่ง หรือโรงเรียนสอนขับรถที่ ขบ. รับรองซึ่งมีอยู่กว่า 90 แห่งทั่วประเทศเท่านั้น หรือหากไม่มีก็ให้สอบหรืออบรมที่สำนักงานขบ.ในท้องที่ และต้องผ่านการอบรมความรู้เกี่ยวกับกฎจราจร เพิ่มจาก 5 ชั่วโมง เพิ่มเป็น 15 ชั่วโมง สำหรับกฎกระทรวงเรื่องการขอใบขับขี่ฉบับใหม่นั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสีย โดยข้อดีคือประชาชนจะมีทางเลือกในการหาที่เรียน และสอบใบขับขี่มากขึ้น เพราะปัจจุบันคิวจองสอบยาวมาก ขณะที่ขนส่งทั่วประเทศรองรับไม่เพียงพอ

“ส่วนข้อเสียคือประชาชนจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เนื่องจากการสอบผ่านโรงเรียนสอนขับรถเอกชนปัจจุบันจะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 4,000-5,000 บาท/คน ซึ่งขบ.กำหนดให้เก็บอัตราสูงสุดไม่เกิน 6,000 บาท/คน และต้องใช้เวลาอบรมมากขึ้น ในขณะที่เดิมประชาชนที่มาทำใบขับขี่ที่ขบ. จะเสียค่าธรรมเนียม 5 บาทเท่านั้นและอบรมเพียง 3 ชั่วโมง”นายสนิท กล่าว และว่าส่วนกรณีที่หลายฝ่ายกังวลว่าค่าเรียนขับรถโรงเรียนเอกชนมีราคาแพงนั้น ในเรื่องนี้ศึกษามาแล้วพบว่า ในหลายๆประเทศ เช่น ประเทศญี่ปุ่น และเกาหลี แค่ค่าสมัครทำใบขับขี่ก็ประมาณ 6,000 บาทแล้ว และหากสอบไม่ผ่านก็ต้องเสียค่าสมัครเรียนและสอบจนกว่าจะผ่าน

นายสนิท กล่าวอีกว่านอกจากนี้ ยังมีการกำหนดให้ผู้ขอใบขับขี่รถสาธารณะต้องไม่เป็นโรคติดต่อที่อันตรายและน่ารังเกียจได้แก่ วัณโรค หรือโรคเท้าช้างด้วย โดยในที่ประชุม คณะรัฐมนตรีได้มีการเสนอแนะว่าควรเพิ่มโรคลมชักและหลอดเลือดอักเสบเข้าไปด้วย เนื่องจากเป็นโรคที่อาจเป็นอันตรายต่อการขับขี่ รวมทั้งยกเลิกการใช้สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านในการขอรับและต่อใบขับขี่ โดยให้แสดงบัตรประชาชนแทน

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวสดออนไลน์

 

Tags: